กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีชีวิตสามชีวิตกำลังเดินทางแสนไกลเพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางที่พวกเขาฝันไว้

สามชีวิตนั้นประกอบด้วย ชายชรา หลานของเขา และ ม้าตัวหนึ่ง

ระหว่างที่ทั้งสามชีวิตกำลังเดินทางไปยังจุดหมาย
เขาก็เจอผู้คนมากมายที่เดินผ่านมาแล้วก็เดินผ่านไป

มีอยู่ครั้งนึง ชายชรา กับ หลาน กำลังจูงม้าเพือเดินทางไปยังจุดหมายอยู่
ก็มีผู้คนกลุ่มนึงเดินผ่านมาบอกกับพวกเขาทั้งสามว่า

"ทำไมโง่จังมีม้าแต่ไม่ยอมขี่"

ชายชราได้ยินดังนั้นก็นึกขึ้นไ ด้ว่าทำไมตัวเองถึงโง่อย่างงี้นะ
เลยให้หลานของเขากระโดดขึ้นไปขี่ม้า แล้วชายชรา ก็เดินจูงม้า แล้วเดินทางต่อไป

หลังจากนั้นไม่นานก็เจอผู้คนอีกกลุ่มผ่านมาบอกกับทั้งสามชีวิตว่า

"ทำไมแย่จัง ทรมานคนแก่ปล่อยให้คนแก่จูงม้าอยู่แต่หลานกับนั่งสบายใจเฉิบอยู่บนหลังม้าได้ยังไง"

เมื่อหลานได้ยินดังนั้นก็รู้สึกผิด ยอมลงจากม้าแล้วให้ชายชราขึ้นไปขี่ม้า
แล้วตัวเองลงมาจูงม้าแทน

ทันใดนั้นก็มีคนอีกกลุ่มผ่านมาแล้วบอกพวกเขาว่า

"ทำไมแย่จัง ทรมานเด็กตัวนิดเดียวแบบนี้ได้ยังไงให้ผู้ใหญ่ขี่ม้าในขณะที่เด็กตัวเล็กๆมานั่งจูงม้าทรมานเด็กจริงๆ"
 

เมื่อชายชราได้ยินดังนั้นก็รู้สึกผิดอีกแล้วทีนี้ชายชราตัดสินใจ เอาทั้งตัวเอง และ หลานของเขาขึ้นไปขี่ม้าทั้งคู่เลย
ดูซิว่าผู้คนที่เดินผ่านมาจะพูดว่าอะไ รเขาได้อีก

หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนอีกกลุ่มเดินผ่านมา
บอกพวกเขาว่า


"คนแก่กับหลานคู่นี้นิสัยแย่มากขึ้นไปบนม้าได้ยังไงตั้งสองคนทรมานสัตว์จริงๆ"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
หากเราคิดจะทำอะไรก็ทำไปเหอะ
ไม่ต้องไปฟังคนอื่นมากหรอก เพราะเค้าก็หาเรื่องมาว่าเราได้ทั้งนั้นแหละ